7 มกราคม 2560

5-Pilot Questionnaire time : 0005/2017

5-Pilot Questionnaire time : 0005/2017



Q:จงอธิบายว่าสภาวะร่วงหล่น(Stall) เกิดขึ้นได้อย่างไร
A: เครื่องบินเข้าstall เมื่อกระแสอากาศที่ไหลบนผิวปีกเกิดแยกตัวออกจากพื้นผิวเมื่อปีกเครื่องบินถูกยกเป็นมุมสูงกว่า Critical angle of attack โดยไม่เกี่ยวข้องกับความเร็วเครื่องบินแต่อย่างใด ทำให้เกิดกระแสอากาศปั่นป่วนและสูญเสียแรงยก กระแสอากาศปั่นป่วนบนผิวปีกจะสร้างแรงกดอากาศสูงมากกว่าใต้ปีก วิธีการเดียวที่จะแก้ไขก็คือลดมุมปะทะอากาศ(decrease the angle of attack) เช่น ลดแรงดึงบน Control column หรือดัน Control column ไปข้างหน้าแทน

Q: คุณสมบัติใดที่ส่งผลกระทบต่อ Stall speed
A: เครื่องบินจะเข้า Stall เมื่อมุมปะทะอากาศสูงกว่า Critical angle of attack หากเป็นเครื่องบินที่ไม่มีเครื่องวัดแสดงมุมปะทะอากาศ นักบินจะต้องดูที่เครื่องวัดความเร็วของเครื่องบินเป็นหลัก ความเร็วที่เครื่องบินจะเข้าสู่ภาวะร่วงหล่นหรือStall นั้น มีปัจจัยที่ทำให้เกิดขึ้นจาก
1.น้ำหนักเครื่องบิน ณ ขณะนั้น ซึ่งอาจจะเป็น น้ำหนักที่แท้จริง หรือ load factor ที่ทำให้น้ำหนักเครื่องบินสูงขึ้นขณะทำการเลี้ยว หรือนำ้หนักเครื่องบินที่เปลี่ยนแปลงไปตามตำแหน่ง Center of gravity
2.ความสูงที่เครื่องบินบินอยู่ ณ ขณะนั้น
3.การออกแบบปีก และแรงยกที่สร้างขึ้นจากปีกนั้นๆ
4.การใช้ Aircraft configuration ณ เวลานั้น (Flaps/slats/speedbrakes/landing gear)
5.กำลังเครื่องยนต์

Q: ความเร็วร่วงหล่นหรือ Stall speed จะเปลี่ยนแปลงไปตามนำ้หนักเครื่องบินหรือไม่
A: ยิ่งเครื่องบินมีน้ำหนักมากเท่าไหร่ ความเร็ว ณ จุดที่ทำให้เกิดการร่วงหล่นก็ยิ่งสูงขึ้น นั่นหมายถึงโอกาสในการเข้าสู่สภาวะร่วงหล่นย่อมง่ายขึ้น เมื่อน้ำหนักเครื่องบินมากขึ้น ปีกต้องสร้างแรงยกมากขึ้นเพื่อสร้างสมดุลย์ระหว่างแรงยกกับน้ำหนักเครื่องบินเพื่อให้เครื่องบินยังบินระดับอยู่ใด แต่เนื่องจากการเกิดสภาวะร่วงหล่นจะเกิดขึ้น ณ ค่ามุมปะทะอากาศคงที่ จึงสามารถเพิ่มแรงยกได้โดยการเพิ่มความเร็วเครื่องบินเท่านั้น ดังนั้น ความเร็วร่วงหล่นหรือ Stall speed จะเพิ่มขึ้นเมื่อน้ำหนักเครื่องบินเพิ่มขึ้น

ความเร็วร่วงหล่นของเครื่องบินเป็นอัตราส่วน Square root ของน้ำหนักเครื่องบิน


Q: การออกแบบปีกแบบไหนจะช่วยชะลอการแยกตัวของกระแสอากาศบนผิวปีกซึ่งนำไปสู่การเกิด Stall
A:
1.Wing slots คือรูปแบบหลักที่ช่วยชะลอการเกิดstall ซึ่ง Slot นั้นเป็นรูปแบบของการควบคุม boundary layer ซึ่งจะทำให้กระแสอากาศชะลอการแยกตัวเมื่อความเร็วเครื่องบินถึงความเร็วร่วงหล่นปกติ ปีกจะสร้างสัมประสิทธิ์แรงยก(Coefficient of lift) ที่สูงขึ้น ทำให้บินความเร็วต่ำลงได้เมื่อปีกทำมุมเท่ากับ Critical angle of attack

2.การออกแบบให้ค่ามุมตั้งปีก (Angle of incidence) ของปีกต่ำลง และการทำให้ส่วนโค้ง(Camber)ของปีกส่วนใดส่วนหนึ่งมากขึ้น เช่นตรงบริเวณปลายปีก(Wing tips)

มุมตั้งปีก(Angle of incidence) คือมุมระหว่างแกนตามขวาง ของปีกกับเส้นแกนนอนของเครื่องบิน เป็นมุมเฉพาะสำหรับเครื่องบินแต่ละเครื่องแต่ละแบบซึ่งบริษัทผู้ออกแบบจัดทำ มุมนี้ต่างกับมุมปะทะ ซึ่งเกิดขึ้นในขณะบินและเปลี่ยนแปลงตามลักษณะการบิน


Q: อะไรที่มุมปะทะอากาศของเครื่องบินเปลี่ยนแปลงเมื่อเข้าสู่สภาวะ Stall
A: การเคลื่อนที่ของ Center of Pressure (หรือ Center of lift) เมื่อเครื่องเข้า Stall จะเปลี่ยนแปลงมุมปะทะอากาศของเครื่องบิน โดยปกติ ปีกแบบเรียวบางและลู่ไปด้านหลังนั้นถูกออกแบบมาเพื่อทำให้ Center of Pressure เคลื่อนที่ไปด้านหลังเมื่อเข้า Stall ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะการเกิด Stall จะเกิดขึ้นตรงบริเวณโคนปีกก่อน ซึ่งเป็นจุดที่ Center of Pressure อยู่บริเวณด้านหน้าสุด ดังนั้นแรงยกที่ถูกสร้างขึ้นจากบริเวณปีกที่ยังไม่เข้าสู่สภาวะ Stall ก็จะเกิดขึ้นคล้อยไปด้านหลัง(Rearward) ซึ่งจะส่งผลให้เกิดโมเมนต์ที่ทำให้หัวเครื่องบินต่ำลง ทำให้มุมปะทะอากาศ ณ จุดที่เกิดการ Stall เปลี่ยนแปลงไปด้วย

------------------

Source: ACE The Technical Pilot Interview , Gary V. Bristow
www.wikipedia.org
พจนานุกรมอภิธานศัพท์การบินสำหรับบุคลากรฝ่ายปฏิบัติการบิน โดย รำจวน นภีตะภัฏ

Picture: www.pixabay.com

------------------

#nuckbin


www.nuckbin.blogspot.com

6 มกราคม 2560

5-Pilot Questionnaire time : 0004/2017

5-Pilot Questionnaire time : 0004/2017

Q: Mach Number คืออะไร
A: คือความเร็วแท้จริง(True airspeed)ของเครื่องบินที่แสดงเป็นร้อยละของความเร็วเสียง( Local speed of sound) และแสดงให้เห็นบนเครื่องวัด ยกตัวอย่างเช่น หากความเร็วเป็นครึ่งหนึ่งของความเร็วเสียง ก็จะเท่ากับ 0.5 Mach
Q: Critical Mach number คืออะไร
A: คือ Mach speed ของเครื่องบินที่ซึ่งกระแสอากาศไหลผ่านเหนือปีกมีความเร็วที่เริ่มเข้าสู่ย่าน Sonic ความเร็วแท้จริงของเครื่องบินจะต่ำกว่าความเร็วกระแสอากาศที่ไหลผ่านปีก เมื่อความเร็วเครื่องบินประมาณ Mach 0.72 จะทำให้กระแสอากาศที่ไหลผ่านปีกเร็วกว่าความเร็วเสียง(Mach 1) เครื่องบินที่บินด้วยความเร็วที่ต่ำกว่าความเร็วเสียงนั้นเมื่อต้องเจอกับแรงต้านที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อบินด้วยความเร็วที่เรียกว่า Critical Mach number และเป็นเพราะเครื่องยนต์มีกำลังไม่พอที่จะรักษาความเร็วและแรงยกภายในสถานะเช่นนี้ จึงทำให้เครื่องบินเกิดการสูญเสียแรงยก
Q: จงอธิบายคุณลักษณะของ Critical Mach Number
A:
1.เกิด Initial Mach Buffet หรือเกิดการสั่นสะเทือนเนื่องจาก Shock wave บนผิวปีกด้านบน เมื่อเครื่องบินบินด้วยความเร็วที่มากกว่า Critical Mach Number
2.การเพิ่มขึ้นของแรงต้านเนื่องจากการไหลที่ไม่ราบเรียบของกระแสอากาศทำให้นักบินต้องใช้แรงดึงControl column เข้าหาตัว(Pulling up) เพือสู้กับการที่หัวเครื่องบินทิ่มลงไปจากการบินเร็วกว่า Critical Mach number
3.เกิดสภาวะ Mach tuck หรือหัวเครื่องบินทิ่มลง(Nose-down attitude)
4.อาจจะทำให้ควบคุมเครื่องบินไม่ได้
Q: จงอธิบายถึงการเปลี่ยนแปลงของ Center of Pressure เมื่อเครื่องบินบินด้วยความเร็วที่มากกว่า Critical Mach Number
A: Centre of Pressure จะเคลื่อนที่ไปทางด้านหลังของปีกแบบลู่หลังเมื่อเครื่องบินบินด้วยความเร็วที่มากกว่า Critical Mach Number ด้วยสองสาเหตุหลักคือ
1.Shock wave บนผิวปีกด้านบนเกิดขึ้นบริเวณชายหน้าปีกเพราะความที่มี Chamber(ความโค้ง)ที่มากกว่า ซึ่งทำให้ความเร็วของกระแสอากาศสูงสุด ณ บริเวณนี้ และทำให้การกระจายแรงยก(Lift distribution)ไม่สมดุลย์ ทำให้ Center of lift (ซึ่งก็คือ Center of pressure นั่นเอง) เคลื่อนที่ไปด้านหลัง
2.ปีกแบบลู่หลังจะเจอกับผลกระทบเนืองจาก Shock wave ในบริเวณโคนปีกที่มีความหนาก่อนบริเวณอื่น ทำให้สูญเสียแรงยก ณ บริเวณใกล้โคนปีกก่อน และทำให้แรงยกส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นที่บริเวณปีกที่ห่างออกไปจากโคนปีก จึงทำให้ Center of Pressure ย้ายไปทางด้านหลังนั่นเอง
Q: Mach tuck คืออะไร
A: คือ Nose-down Pitching moment ที่เกิดขึ้นเมื่อเครื่องบินบินด้วยความเร็วที่สูงกว่า Critical Mach Number เป็นความไม่มีเสถียรภาพตามแกนลำตัวที่เกิดขึ้นจากการที่ Center of Pressure เคลื่อนที่ไปด้านหลังและอยู่หลัง Center of Gravity ซึ่งทำให้เครื่องบินทิ่มหัวลง(Nose-down)
------------------
Source: ACE The Technical Pilot Interview , Gary V. Bristow
www.wikipedia.org
Picture: www.pixabay.com
------------------
#nuckbin
www.nuckbin.blogspot.com

5 มกราคม 2560

5-Pilot Questionnaire time : 0003/2017


5-Pilot Questionnaire time : 0003/2017
Q: Positive G-force คืออะไร
A: มันคืออิทธิพลของแรงโน้มถ่วงที่กระทำกับวัตถุบนโลก เช่นน้ำหนักของวัตถุใดๆบนโลก เป็น Positive ซึ่งเท่ากับ 1G
Q: Negative G-force คืออะไร
A: มันคือตรงข้ามกับ Positive G-force อย่างเช่น ถ้าเราเร่งอัตราการบินลงเร็วกว่าอัตราการตกตามแรงโน้มถ่วงปกติ เราจะเจอกับประสบการณ์ที่เรียกว่า Negative G-force ของเหลวเช่นเลือดในตัวเราจะเคลื่อนที่ช้ากว่าส่วนที่เป็นร่างกายของเราเนื่องจากความเฉี่อยของเลือด จะทำให้เกิดความรู้สึกไร้น้ำหนัก(Weightlessness) Negative G-force อาจจะทำให้เกิดอาการที่เรียกว่า Redout ที่เกิดจากเลือดไปรวมตัวกันที่ส่วนศีรษะมากเกินจนทำให้เรามองทุกอย่างเป็นสีแดงเรื่อๆไปหมด
Q: ปีกเครื่องบินที่ได้รับการออกแบบมาสำหรับการบินเร็ว จะเป็นอย่างไร
A: ต้องบาง มีความโค้งด้านบนของปีกน้อย และเป็นปีกแบบลู่ไปด้านหลัง(Swept wings)
ในการออกแบบปีกที่ใช้กับเครื่องบินที่ต้องบินเร็วน้อย จะต้องพิจารณาว่าต้องการให้บินเร็วในขณะทีบินระดับ แต่ผลที่ตามมาก็คือข้อจำกัดของการใช้กับสนามบินต่างๆรวมไปถึงการผลิตที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อนจนเกินไป และการที่แรงยกจะถูกลดลงจากการได้ประโยชน์ที่บินเร็วขึ้น
Q:การออกแบบปีกแบบลู่หลัง(Swept wings) มีผลดีอย่างไรสำหรับเครื่องบินไอพ่น(Jet aircraft) เมื่อเทียบกับเครื่องบินแบบที่ใช้ปีกตรง(Straight-winged aircraft)
A: ความเร็วในการบินระดับที่สูงขึ้น(High Mach Cruise speed) และมีเสถียรภาพมากขึ้นเมื่อบินผ่านสภาพอากาศแปรปรวน
Q:การออกแบบปีกแบบลู่หลัง(Swept wings) มีผลเสียอย่างไรสำหรับเครื่องบินไอพ่น(Jet aircraft)เมื่อเทียบกับเครื่องบินแบบที่ใช้ปีกตรง(Straight-winged aircraft)
A: 1.แรงยกลดลงไป 2.ความเร็วร่วงหล่น(Stall speed) สูงขึ้น 3.เสถียรภาพของความเร็วแย่ลงเนื่องจากแรงต้าน(Drag)เพิ่มขึ้น ทำให้อัตราส่วน Lift/drag แย่ลง ทำให้สูญเสียความเร็วได้ง่ายเมื่อ 4.ปลายปีกจะเข้าสู่สภาวะร่วงหล่นเร็วกว่าปีกแบบ Straight-winged ทำให้เกิดความไม่มีเสถียรภาพตามแกนลำตัวเครื่องบิน (Unstable in longitudinal axis)
------------------
Source: ACE The Technical Pilot Interview , Gary V. Bristow
Picture: www.pixabay.com

3 มกราคม 2560

5-Pilot Questionnaire time : 0002/2017


5-Pilot Questionnaire time : 0002/2017

Q: จงอธิบายคำว่า Center of gravity range?
A: คำว่า center of gravity range สัมพันธ์กับตำแหน่งของ CG ที่อยู่ด้านหน้าสุดและหลังสุดที่อยู่บนแกน longitudinal axis ของเครื่องบิน ตำแหน่งของCGจะอยู่ในrange นี้่ได้เพราะ Horizontal tailplane สามารถสร้างแรงยกที่มากพอที่จะสร้างสมดุลย์ให้เกิดขึ้นระหว่างแรงยกกับน้ำหนักเครื่องบิน จึงทำให้เครื่องมีมีความเสถียรและควบคุม pitch control ได้

Q: ตำแหน่งของ CG มีผลต่อ Stability, stick force และ Drag ของเครื่องบินอย่างไร
A: Stability ของเครื่องบินจะดีขึ้นเมื่อตำแหน่งของ CG อยู่ทางด้านหน้าเครื่องบิน แต่จะแย่ลงเมื่ออยู่ด้านหลัง
Stick force ต้องใช้แรงมากขึ้นเมื่อ CG อยู่ด้านหน้า แต่จะใช้แรงน้อยลงเมื่อ CG อยู่ด้านหลัง
Drag(แรงต้าน)มากขึ้นเมื่อ CG อยู่ด้านหน้า แต่จะน้อยลงเมื่อ CG อยู่ด้านหลัง

Q:ถ้าต้องขนสินค้าสัมภาระขึ้นเครื่องบิน เพื่อให้บินได้ไกลที่สุดเทียบต่อเชื้อเพลิงที่มี ควรจะโหลดสินค้าสัมภาระในบริเวณใดของเครื่องบิน
A:สำหรับเครื่องบินไอพ่นที่มีปีกแบบลู่ไปด้านหลัง(Swept wing) ควรโหลดที่ Aft cargo hold เพื่อให้ CG ตกไปด้านหลังเครื่องบิน จะทำให้ประหยัดเชื้อเพลิงได้ดีกว่า ทั้งนี้เพราะจะทำให้เครื่องบินบินอยู่ในท่า nose-up ทำให้ตัว Horizontal stabilizer ท้ายเครื่องจะอยู่ในตำแหน่งที่ streamline ไปกับกระแสอากาศ(airflow) และไม่เกิด drag

Q: ตำแหน่งของ CG ที่อยู่ด้านหน้า(Forward center of gravity) มีผลต่อความเร็วร่วงหล่น(Stall speed) อย่างไร
A: ตำแหน่งของ CG ที่อยู่ด้านหน้าของ Center of pressure จะทำให้ความเร็วร่วงหล่นสูงขึ้น ซึ่งไม่เป็นผลดี ทั้งนี้ก็เพราะทำให้ attitude ของเครื่องบินอยู่ในท่า nose-down จึงทำให้เกิดแรง downward force จาก Horizontal stabilizer ด้านท้ายเครื่องเพื่อรักษา attitude ของเครื่องบิน downward force ที่เกิดขึ้นนี้ทำให้น้ำหนักเครื่องบินมากขึ้นด้วย น้ำหนักมีผลต่อความเร็วร่วงหล่น(stall speed) ย่ิงเครื่องบินมีน้ำหนักมากขึ้นเท่าไหร่ ความเร็วร่วงหล่นก็จะสูงขึ้นเท่านั้น และนั่นจะทำให้เครื่องบินมีโอกาสเข้าสู่สภาวะร่วงหล่นได้เร็วขึ้น ซึ่งไม่เป็นผลดี

Q:อะไรเป็นสาเหตุให้ CG เปลี่ยนแปลงตำแหน่งในระหว่างทำการบิน
A: การเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักเครื่องบินจะทำให้ตำแหน่งของ CG เปลี่ยนไปด้วย การกระจายน้ำหนักเครื่องบินนั้นจะเปลี่ยนแปลงได้จากสามสาเหตุหลักๆ ได้แก่
1.น้ำมันเชื้อเพลิงที่ถูกใช้ระหว่างทำการบิน ถังน้ำมันของเครื่องบินแบบปีกลู่ (Swept wing)นั้นจะอยู่ภายในโครงสร้างปีกทั้งสองข้าง ดังนั้นเมื่อน้ำมันถูกใช้ไประหว่างบิน จึงทำให้ CG เปลี่ยนตำแหน่งไปด้วย ขึ้นอยู่กับว่าจะใช้น้ำมันจากถังใดในบริเวณใดของปีก
2.การเคลื่อนที่ไปตามห้องโดยสารของผู้โดยสาร


3.เครื่องบินบินเร็วขึ้น ทำให้เกิดแรงยกมากขึ้น ดังนั้น เพื่อจะรักษาท่าทางการบินตรงบินระดับไว้ จึงต้องทำให้หัวเครื่องบินกดลง โดยการสร้างแรงยกชดเชยที่ Tailplane(ปีกเล็กท้ายเครื่อง) ซึ่งการสร้างแรงยกดังกล่าวจะทำให้น้ำหนักเครื่องบินในส่วนท้ายของเครื่องบินลดลง จึงทำให้ CG เปลี่ยนตำแหน่งไปด้วย

1 มกราคม 2560

5-Pilot Questionnaire time : 0001/2017

5-Pilot Questionnaire time : 0001/2017
Q: โครงสร้างเครื่องบินถูกจำกัดด้วยอะไร?
A: แรงที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้สมดุลย์กับนำ้หนักเครื่องบินในระหว่างทำการบินก็คือแรงยก (Lift) ถ้าแรงยกไม่เท่ากับน้ำหนักเครื่องบินจะทำให้ไม่สามารถบินระดับอยู่ได้ ดังนั้น น้ำหนักเครื่องบินจึงถูกจำกัดด้วยความสามารถในการสร้างแรงยกของเครื่องบินลำนั้นๆ แรงยกที่ถูกสร้างขึ้นถูกจำกัดด้วยขนาดของปีก ความเร็วที่สามารถบินได้ซึ่งขึ้นอยู่กับแรงขับที่สามารถทำได้ และสุดท้ายก็คือความหนาแน่นของอากาศ

Q: ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการที่น้ำหนักเครื่องบินเกินลิมิต
A:
1.ประสิทธิภาพ(Performance)ลดลง ได้แก่ 1.1 ใช้ระยะทางในการวิ่งขึ้นหรือลงจอดมากขึ้น 1.2 อัตราการไต่และเพดานบิน(Ceiling) ลดลง 1.3 พิสัยบิน(Range)และสมรรถนะ(Endurance - ความสามารถคิดเป็นช่วงเวลาที่เครื่องบินอยู่ในอากาศได้ด้วยอัตราการใช้เชื้อเพลิงปกติ)ลดลง 1.4 ความเร็วสูงสุด(Maximum speed) ลดลง
2.ความเร็วร่วงหล่น(Stalling speed) สูงขึ้น
3.คุณลักษณะของเครื่องบินที่สามารถหันเหียนเปลี่ยนท่าทีและทิศทางบินได้โดยง่าย(Maneuverability)ลดลง
4.เบรคและยางสึกหรอมากขึ้น
5.เกณฑ์นิรภัยของโครงสร้างเครื่องบิน( Structural safety margin) ลดลง

Q: จงอธิบายคำว่า Center of Gravity
A: CG หรือจุดศูนย์ถ่วง คือจุดภายในวัตถุ(ตัวเครื่องบิน)อันเป็นจุดรวมของแรงถ่วงทั้งหมด

Q:จงอธิบายคำว่า Component arm
A: มันคือระยะทางจาก Datum(ตำแหน่งหนึ่งในตัวเครื่องบิน ที่บริษัทผู้สร้างเครื่องบินกำหนดขึ้นไว้เป็นฐานอ้างอิงในการวัดตำแหน่งที่อื่นๆของเครื่องบิน)ไปยังจุดที่ซึ่งน้ำหนักของ Component กระทำ(CG) Component arm ยิ่งยาวเท่าไหร่ ก็จะทำให้เกิดโมเมนต์มากขึ้นเท่านั้น

Q:จงอธิบายคำว่า Center of gravity moment
A:Moment คือแรงที่ทำให้เกิดการหมุนรอบ Datum ที่เกิดจากน้ำหนัก โดยมีสูตรคำนวณคือ Moment = weight x arm